กาแฟดอยช้าง Doi Chaang Coffee
ความเป็นมา
หมู่บ้านดอยช้าง เป็นพื้นที่บนภูเขาสูง ตั้งอยู่ที่ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย สูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,200 ถึง 1,650 เมตร แต่เดิมอาชีพหลักของประชากรบนดอยช้าง คือ ปลูกฝิ่น และทำไร่ เลื่อนลอย พอมาถึงปี พ.ศ. 2526 ชาวบ้านร่วมใจกันเลิกปลูกฝิ่น โดยได้รับการสนับสนุนจากกรมประชาสงเคราะห์ ซึ่งได้นำพันธุ์พืชไม้เมืองหนาวมาปลูกแทน เช่น บ๊วย ท้อ สาลี่ ถั่ว แมคคาเดเมีย และ กาแฟอาราบิก้า (Arabica) สายพันธุ์คาทูรา (Catura) คาติมอร์ (Catimor) มอนโด โนโว(Mondo Novo) และคาทุย (Catui)
ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของแร่ธาตุอาหารในดิน และความชุ่มชื่นของพื้นที่ เพราะดอยช้างเป็นแหล่งของต้นลำธาร ประกอบกับภูมิอากาศที่ชุ่มชื้นและหนาวเย็นตลอดทั้งปี ทำให้พืชผลที่ปลูกมีผลผลิตที่ดีมากซึ่งรวมถึงกาแฟอาราบิก้าของเราด้วย
เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าระดับความสูงของพื้นที่ และภูมิอากาศมีผลต่อคุณภาพของกาแฟเป็นอย่างยิ่ง อุณหภูมิที่หนาวเย็นบนที่สูงจะทำให้กาแฟสร้างสารกาแฟที่มีคุณภาพที่ดีมาก ตลอดระยะเวลา 20 ปี ที่ผ่านมา เราได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์การเพาะปลูก การบำรุงดูแลรักษาผลการผลิตของกาแฟ รวมถึงขั้นตอนต่างๆ โดยผ่านการควบคุมคุณภาพในการผลิตเอง ทุกเมล็ดนำมา คั่ว อบด้วยจิตวิญญาณ ของผู้ที่มีกาแฟอยู่ในสายเลือด เพื่อให้ท่านได้รับรู้รสชาติที่แท้จริงของกาแฟอาราบิก้า ที่ปลูกในร่มเงาของแมกไม้บนยอดดอย ณ หุบเขาบ้านดอยช้าง
เรามีความภาคภูมิใจที่จะแนะนำกาแฟที่เยี่ยมที่สุดให้แก่ท่าน
คือ
- Doi Chaang Wild Thai Civet Coffee
- Doi Chaang Peaberry
- Doi Chaang Decaf Coffee
- Doi Chaang Organic Whole Bean Premium
- Doi Chaang Whole Bean Premium
คุณภาพของกาแฟดอยช้าง
- World Class Speciality Coffee ได้รับการรับรองคุณภาพจากหลายหน่วยงานว่าเป็นกาแฟที่มีรสชาติดีระดับโลก จากหลาย ๆ องค์กร
- SHB (Strictly Hard Bean) หมายถึงกาแฟที่ปลูกบนความสูง 1,200 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลขึ้นไป
- 100% Arabica (Single Origin) หมายถึงเมล็ดกาแฟจากแหล่งเพาะปลูกเดียวกัน
- Fully Method Wet Processing การผลิตสารกาแฟด้วยวิธีการแบบเปียกซึ่งได้รับการยอมรับว่าทำให้ได้สารกาแฟคุณภาพดี แต่ที่ดอยช้าง เราได้ปรับขั้นตอนในขบวนการผลิตแบบเปียก จนได้รับการยอมรับในคุณภาพและรสชาติอย่างแพร่หลาย จนกลายเป็นขบวนการผลิตแบบใหม่ที่เรียกว่า “Doi Chaang Processing” และได้จดสิทธิบัตรขบวนการผลิตนี้เรียบร้อยแล้ว
- ปลูกบนแผ่นดินไทย 100% เป็นกาแฟที่ปลูกเฉพาะบนดอยช้างเท่านั้น ภายใต้สัญลักษณ์ PRODUCT OF THAILAND และได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ทะเบียนเลขที่ สช 50100018
- รสชาติของกาแฟดอยช้างที่มีเอกลักษณ์พิเศษเฉพาะตัว
- Aroma: มีกลิ่นหอมธรรมชาติคล้ายกลิ่นหอมของดอกไม้ (Floral Aroma)
- Body:มีความเข้มข้นในรสชาติของกาแฟ Full Body
- Acidity: มีรสชาติคล้ายผลไม้ ทำให้ชุ่มฉ่ำคอได้นานที่เรียกว่า Tart Finish Acidity
- Flavour: มีความลงตัวในบุคลิกของกาแฟชั้นดี ด้วยกลิ่นที่หอมกรุ่น รสชาติกลมกล่อม Nutty Mocha Taste
- Low Caffeine : ด้วยปริมาณ คาเฟอีนแค่ 1.02% สามารถดื่มได้หลายถ้วยต่อวัน โดยไม่มีผลเสียต่อสุขภาพของคุณ
World Class Speciality Coffee
ด้วยกรรมวิธีการผลิตเฉพาะของดอยช้างเท่านั้น เริ่มตั้งแต่แหล่งเพาะปลูก การเก็บด้วยมือทีละเมล็ด นำมาแยกเปลือกภายใน 24 ชั่วโมง ผ่านกระบวนการทำสารกาแฟแบบเปียก(Fully Method Wet Processing) ตากด้วยแสงอาทิตย์ เก็บและบ่มในโกดังบนที่สูง อย่างน้อย 6-8 เดือน คัดเฉพาะเมล็ดกาแฟที่ได้มาตรฐานนำมาคั่วด้วยเครื่องกาแฟคุณภาพระดับโลก “BRAMBATI” โดยผู้ชำนาญการคั่ว และบรรจุในถุง Foil คุณภาพสูง พร้อมวาล์วทางเดียว (Swiss One-way Valve
การยอมรับจากองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลกให้กับกาแฟดอยช้าง
Doi Chaang Decaf ใช้ขบวนการสกัดสารคาเฟอีน ที่เรียกว่า “Swiss Water Process” โดยปราศจากการใช้สารเคมีใด ๆ กาแฟดีแคฟทั่วไปเมื่อสกัดสารคาเฟอีนออกไปจะสูญเสียรสชาติของกาแฟ แต่ Doi Chaang Decaf ของเราจะคงความเป็นรสชาติของกาแฟอย่างเต็มเปี่ยม จนเป็นที่ยอมรับ และเป็นอันดับ 1 ของโลกในวันนี้
FairTrade หมายถึงสินค้าที่ผลิตบนพื้นฐานของการค้าที่เป็นธรรม โดยยึดหลักการจ้างงานที่เป็นธรรมและมีการประกันราคารับซื้อสินค้าจากเกษตรกรหรือผู้ผลิตในอัตราที่สูงกว่าราคาตลาด โดยมีเงื่อนไขว่า เกษตรกรหรือผู้ผลิตจะต้องนำกำไรส่วนหนึ่งกลับไปพัฒนาสังคมและชุมชนของตนในด้านต่างๆ ให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น เช่น ด้านการศึกษา ด้านสาธารณสุข เป็นต้น
กาแฟดอยช้าง ได้รับการรับรองตราสัญลักษณ์ Fair Trade จากหลาย ๆ องค์กร ได้แก่
International Fair Trade Mark Fairtrade Labelling Organizations International (FLO) เป็นองค์กรที่รับรอง ดูแล และประชาสัมพันธ์เรื่องการติดฉลากสินค้าแฟร์เทรด โดยจะมีการตรวจสอบการผลิตสินค้าว่าได้มาตรฐานการค้าโดยชอบธรรมหรือไม่ เพื่อให้ผู้บริโภคได้มั่นใจว่า การบริโภคสินค้าดังกล่าว จะทำให้ผู้ผลิตในทุกลำดับชั้นได้รับค่าตอบแทนที่เป็นธรรมจริง